7,000,000,000

PEOPLE CONSUMING WHAT NOW ?

WHAT'S WRONG WITH OUR FOOD SYSTEM ?

Every night 1 in 7 people go to bed hungry-that's almost 1 billion people worldwide.

Polluted river water

Kills as many people as a nuclear explosion.

THE RECYCLE CHRONICLES

Lack of knowledge hinders recycling efforts.

Everybody wants happiness

Nobody wants pain, but you can't have a rainbow with out a little rain.

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวสารกิจกรรม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวสารกิจกรรม แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2555

รวมผลสำรวจอาหารปนสารพิษให้คนไทยกิน !?



ผลสำรวจของเอแบคโพลเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2555 ที่ระบุว่าคนไทยส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 65.8 ยอมรับได้ที่นักการเมืองทุจริตแต่ขอให้ตนเองได้ประโยชน์ด้วย แสดงให้เห็นว่าคนไทยส่วนใหญ่กำลังถูกครอบงำด้วยประเพณีชั่วที่นักการเมืองขี้ฉ้อได้สร้างขึ้นให้กลายประชาชนเป็นทาสที่ยอมจำนนกับนักการเมืองและผู้มีอำนาจได้โกงบ้านกินเมืองกันได้ตามอำเภอใจ
               โดยที่ประชาชนคงจะคิดว่าการโกงกินเป็นเรื่องไกลตัว ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้วการทุจริตนั้นแม้ประชาชนอาจได้ในสิ่งที่คิดว่าได้อย่างหนึ่งเพียงน้อยนิด แต่ในความเป็นจริงแล้วประชาชนได้สูญเสียบางสิ่งบางอย่างที่ใกล้ตัวมากอย่างโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัวเสียยิ่งกว่าด้วยซ้ำ               ใครจะเชื่อว่าคนไทยต้องเคยถูกหลอกให้ซื้อกินรังนกสำเร็จรูปด้วยราคาแพงมานับสิบๆ ปี ทั้งที่ความจริงแล้วมีรังนกจริงเพียงแค่ 1% ทั้งๆ ที่มีการปล่อยให้มีการโฆษณาเกินจริงมาอย่างยาวนานโดยไม่เคยมีใครออกมารับผิดชอบ               ยังไม่นับสารพิษที่คนไทยต้องกินเข้าไป ด้วยผลประโยชน์มหาศาลของกลุ่มทุนของบรรษัทข้ามชาติที่มาในรูปของยา ปุ๋ย อาหาร หลายชนิดที่สามารถนำเข้ามาในประเทศไทยได้ทั้งๆที่ทั่วโลกเขาเลิกใช้หรือสั่งห้ามใช้กันแล้ว               สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ตลอดจนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กลายเป็นแหล่งผลประโยชน์อันมหาศาลที่กลุ่มทุนขนาดใหญ่วิ่งเข้าหา ส่วนภาพลักษณ์ในการไล่เบี้ยเอาผิดกับอาหารที่ปะปนสารพิษก็ทำได้กับผู้ประกอบการรายเล็กๆ เพื่อสร้างภาพเท่านั้น ยังไม่นับอีกหลายกระแสที่มีการประโคมข่าวตรวจสอบความปลอดภัยของอาหารเพียงไม่นานแล้วเรื่องดังกล่าวเหล่านั้นก็หายไปกับกลีบเมฆ ราวกับเป็นการเคาะกะลาเรียกแขกและนายทุนสามานย์เท่านั้น
      
       ทั้งหมดนี้คือต้นทุนของชีวิตที่คนไทยส่วนใหญ่ยอมรับนักการเมืองโกงได้แต่ขอให้ฉันได้ด้วย!!! 
              ทั้งหมดนี้คือต้นทุนของชีวิตที่คนไทยส่วนใหญ่ยอมรับนักการเมืองโกงได้แต่ขอให้ฉันได้ด้วย!!!                จะมีสักกี่คนที่ได้มีโอกาสอ่านรายงานการสำรวจขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ซึ่งพบว่าประเทศไทยมีเนื้อที่ทำการเกษตรมากเป็นอันดับที่ 48 ของโลก แต่ใช้ยาฆ่าแมลงเป็นอันดับ 5 ของโลก ใช้ยาฆ่าหญ้าอันดับ 4 ของโลก และนำเข้าสารเคมีสังเคราะห์ทางการเกษตรเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้านบาทต่อปี               และตราบใดที่เรายังใช้สารเคมีเป็นพิษที่นานาชาติเขาไม่ใช้กันแล้วมาเป็นต้นทางในการใช้กับสินค้าการเกษตร การตรวจอาหารปลายทางอีกกี่ครั้งก็จะยังพบสารพิษเหล่านี้อยู่ร่ำไป และหมายความว่าคนไทยก็ยังต้องมีโรคอันเกิดจากการบริโภคสารพิษนั้นต่อไป สร้างความร่ำรวยของพ่อค้านายทุนสามานย์ ข้าราชการและนักการเมืองขี้ฉ้อทั้งหลาย               เมื่อต้นปีที่ผ่านมาภาคประชาชนโดย เครือข่ายผู้บริโภค เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีเกษตร และมูลนิธิชีววิถี ได้เคลื่อนไหวและยื่นหนังสือต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อขอให้ระงับการขึ้นทะเบียนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชอันตรายร้ายแรง 4 ชนิด คือ คาร์โบฟูราน (ชื่อการค้า-ฟูราดาน) เมโทมิล (ชื่อการค้า-แลนแนท) ไดโครฟอสและอีพีเอ็น แต่ผลปรากฏว่านายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ก็ไม่ได้ปฏิบัติตามแต่อย่างใด โดยอ้างว่าข้อมูลการขึ้นทะเบียน เช่น พิษวิทยา พิษตกค้างระยะยาวฯ เป็นผลการศึกษาของบริษัทสารเคมีซึ่งถือเป็นความลับบริษัท จะนำมาเปิดเผยไม่ได้      
        11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 น.ส.สารี อ่องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ได้เปิดเผยว่านิตยสารฉลาดซื้อ ฉบับที่ 136 ถึงผักยอดฮิตในครัวเรือนไทย 7 ชนิด ได้แก่ กะหล่ำปลี คะน้า ถั่วฝักยาว ผักกาดขาว ผักบุ้งจีน ผักชี และพริกจินดา จากห้างดังหลายห้าง ทั้งชนิดที่เป็น House Brand และตรารับรอง Q เจอสารเคมีอันตรายหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คาร์โบฟูราน และเมโทมิล ซึ่งแม้จะไม่เกินมาตรฐานประเทศไทยแต่เกินมาตรฐานยุโรป ได้แก่ ถั่วฝักยาวด็อกเตอร์ ผักชีห้างพารากอน และผักชีไร่ฐิติวันต์ คะน้าโฮมเฟรชมาร์ท และถั่วฝักยาวในห้างเทสโก้ จึงเรียกร้องให้ปรับมาตรฐานการตกค้างของสารเคมีเกษตรให้เป็นมาตรฐานเดียวกับยุโรป               นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุข ได้เคยเปิดเผยผลสำรวจอาหารสดทั่วประเทศในปี 2551 ทั้งหมด 159,684 ตัวอย่าง พบสารอันตรายปนเปื้อน 3,362 ตัวอย่าง คิดเป็น 2% แต่พบบ่อยมากที่สุดได้แก่ ยาฆ่าแมลงในผักกินใบ เช่น ผักชี คะน้า ผักกาดขาว กะหล่ำปลี 2,449 ตัวอย่าง ถ้าบริโภคเข้าไปก็จะไปขัดขวางการทำงานของเอ็นไซม์ในร่างกายทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หายใจลำบาก คลื่นไส้ อาเจียน ชัก หมดสติ รองลงมาคือการพบฟอร์มาลินอาหารทะเล 376 ตัวอย่าง ทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหาร ปวดท้องรุนแรง อาเจียน ท้องเดิน หมดสติ จนถึงเสียชีวิต ถ้าสัมผัสผิวหนังทำให้ระคายเคืองอักเสบได้ สารฟอกขาวที่มักใช้ในถั่วงอกและหน่อไม้พบ 83 ตัวอย่าง จะทำให้เกิดอาการหายใจขัด ความดันโลหิตต่ำ ปวดท้อง อาเจียน อุจจาระร่วง ในรายที่แพ้ก็อาจช็อคและหมดสติ               หลายปีผ่านไปองค์การอาหารและยายังคงลงไปตรวจอีกระหว่างวันที่ 26 พฤษภาคม – 25 มิถุนายน พ.ศ. 2555ทั้งหมด 1987 ตัวอย่าง พบจำนวนตัวอย่างไม่ผ่านเกณฑ์ 69 ตัวอย่าง แบ่งเป็นตัวอย่างผลไม้ที่สุ่มตรวจจากตลาดสดที่ไม่ผ่านเกณฑ์ 60 ตัวอย่าง พบผักสดที่มีสารพิษตกค้างมากที่สุด ได้แก่ 1. คะน้า 2. กะหล่ำดอก 3. ต้นหอม               ในขณะที่ยังพบผักผลไม้ที่สุ่มตรวจจากซุปเปอร์มาร์เก็ตไม่ผ่านเกณฑ์จำนวน 9 ตัวอย่าง พบผักสดที่มีสารพิษตกค้างมากที่สุด คือ 1.คะน้า 2. มะเขือพวง 3. พริกไทย               ซึ่งผลสำรวจในรอบหลายปีที่ผ่านมาไม่ว่าจากองค์การอาหารและยา หรือจากองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคตรงกันคือ พบสารพิษในผักคะน้ามากที่สุดอย่างไม่เปลี่ยนแปลง               ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2553 ผศ.ดร.พรรัตน์ สินชัยพานิช นักวิจัยสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยสำรวจอาหารปนเปื้อนที่เกินมาตรฐานความปลอดภัยในเขต 8 จังหวัด ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2552-เมษายน2553 พบข้อมูลที่น่าสนใจหลายประการ ดังนี้               นมโรงเรียนชนิดพาสเจอร์ไรซ์มีปริมาณแบคทีเรียรวมเกินมาตรฐาน 25% นมชนิดยูเอ็ชทีเกิน 5%              ไส้กรอก ทั้งหมู ไก่และกุนเชียงมีสารกันบูดกว่า 36 %
      
       ในลูกชิ้นหมู ไก่และปลาพบการใช้สารกันบูดถึง 100% และการใช้ดินประสิวในระดับไม่ปลอดภัย 26%
      
       ผักผลไม้ 58 % พบการปนเปื้อนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้าง โดยในสาลี่ ลูกพลับสด ส้ม องุ่นและถั่วฝักยาว พบมากถึง 78%
      
       แอปเปิล บร็คคเคอรี่ ดอกกะหล่ำ กะกล่ำปลีและแตงโมเกินมาตรฐาน 25 %-50%
      
       เห็ดหูหนูขาว พบสารเคมีกำจัดแมลงเกินมาตรฐาน 9% และสารฟอกขาว 56% สาหร่ายแกงจืด 36%
      
       กุ้งแห้งและปลาหมึกแห้งพบการปนเปื้อนเคมีกำจัดศัตรูพืช 64% และ 62 % ตามลำดับ
      
       โดยเฉพาะอย่างยิ่งพริกขี้หนูป่นพบสารเคมีกำจัดแมลง 100 % !!!!
      
       ก๋วยเตี๋ยวก็พบสารกันบูดเช่นกัน โดยเส้นใหญ่ พบ 88% เส้นเล็ก 75% เส้นหมี่ขาวและบะหมี่ 40% และ 50% 
              ในลูกชิ้นหมู ไก่และปลาพบการใช้สารกันบูดถึง 100% และการใช้ดินประสิวในระดับไม่ปลอดภัย 26%              ผักผลไม้ 58 % พบการปนเปื้อนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้าง โดยในสาลี่ ลูกพลับสด ส้ม องุ่นและถั่วฝักยาว พบมากถึง 78%              แอปเปิล บร็คคเคอรี่ ดอกกะหล่ำ กะกล่ำปลีและแตงโมเกินมาตรฐาน 25 %-50%              เห็ดหูหนูขาว พบสารเคมีกำจัดแมลงเกินมาตรฐาน 9% และสารฟอกขาว 56% สาหร่ายแกงจืด 36%              กุ้งแห้งและปลาหมึกแห้งพบการปนเปื้อนเคมีกำจัดศัตรูพืช 64% และ 62 % ตามลำดับ              โดยเฉพาะอย่างยิ่งพริกขี้หนูป่นพบสารเคมีกำจัดแมลง 100 % !!!!              ก๋วยเตี๋ยวก็พบสารกันบูดเช่นกัน โดยเส้นใหญ่ พบ 88% เส้นเล็ก 75% เส้นหมี่ขาวและบะหมี่ 40% และ 50% ตามลำดับ อาหารกินเล่นอย่างสาหร่ายอบกรอบปรุงรส พบราพิษอะฟลาท็อกซิน 8%
      
       ในขณะที่ รศ.ดร.นวลศรี รักอริยะธรรม ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้สุ่มตรวจตัวอย่างอาหารที่นำเข้าจากต่างประเทศพบว่า
      
       อาหารสทะเลสดนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านพบการปนเปื้อนฟอร์มาลีน 67% และโลหาหนักสารหนู 4% ขณะที่ผักผลไม้ ปนเปื้อนสารเคมีกำจัดแมลง 36% สารฟอกขาวในผักแห้ง 47% สารตะกั่วในสาหร่ายและเยื่อไผ่ 8% และยังพบปรอทในก้านเห็ดหอม หน่อไม้แห้ง เห็ดหอม 17% และเยื่อไผ่ 12% ในขณะที่ขนมพร้อมบริโภคลูกอมและเยลลี่ พบสีสังเคราะห์เกินมาตรฐาน 20%
              ในขณะที่ รศ.ดร.นวลศรี รักอริยะธรรม ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้สุ่มตรวจตัวอย่างอาหารที่นำเข้าจากต่างประเทศพบว่า              อาหารสทะเลสดนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านพบการปนเปื้อนฟอร์มาลีน 67% และโลหาหนักสารหนู 4% ขณะที่ผักผลไม้ ปนเปื้อนสารเคมีกำจัดแมลง 36% สารฟอกขาวในผักแห้ง 47% สารตะกั่วในสาหร่ายและเยื่อไผ่ 8% และยังพบปรอทในก้านเห็ดหอม หน่อไม้แห้ง เห็ดหอม 17% และเยื่อไผ่ 12% ในขณะที่ขนมพร้อมบริโภคลูกอมและเยลลี่ พบสีสังเคราะห์เกินมาตรฐาน 20%      
        นอกจากนี้เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2554 ในการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ครั้งที่ 19 น.ส.ประภาพรรณ พรหมหิรัญกุล นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 5 และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 13 แห่งทั่วประเทศ ได้นำเสนอการประเมินความเสี่ยง ต่อการได้รับวัตถุกันเสียและจุลินทรีย์จากการบริโภคผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ทั่วประเทศ พบข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้               จาการตรวจทั้งหมด 837 ตัวอย่าง พบมีการใช้วัตถุกันเสีย ชนิดกรดเบนโซอิก กรดซอร์บิก และกรดโปรปิโอนิก รวมทั้งสิ้น 658 ตัวอย่าง (คิดเป็น 78.61%) โดยเบเกอรี่ที่ตรวจพบเกินมาตรฐานได้แก่ โดนัท, เอแคลร์, เค้กกล้วยหอม, เค้กโรล และเค้กหน้าคัสตาร์ด, เค้กมีหน้า,ขนมปังสอดไส้, เค้กไม่มีหน้า, ซอฟท์เค้ก,ขนมปังแถว, เวเฟอร์, แซนวิช, คุกกี้, พิซซ่า, พัฟพาย,ครัวซองท์ เป็นต้น       
        13 กันยายน พ.ศ. 2553 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสถาบันการศึกษา 3 แห่ง ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างผลไม้รถเข็นจากแหล่งจำหน่าย 38 ร้านในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ผลปรากฏว่า ผลไม้ 153 ตัวอย่าง มีการปนเปื้อนของแบคทีเรียโคลิฟอร์มหรือเชื้อจุลินทรีย์เกินกว่ามาตรฐานกำหนดสูงถึง 67.3% พบการปนเปื้อนหรือเจือปนของสารเคมีและปนเปื้อนของสารกันรา ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายสูงถึง 64.2% พบการปนเปื้อนของสารกันรา (ซาลิซิลิค) 40.7% และยังพบการปนเปื้อนของสีสังเคราะห์ถึง 16.3%               เพราะความไม่มีคุณธรรมของทั้งข้าราชการ นักการเมือง และพ่อค้า ใครจะเชื่อได้ว่าแม้วันนี้มีถึงขั้นปลอมผักปลอดสารพิษมาย้อมแมวขาย โดยใช้ทรายร้อนจัดสาดลงไปในแปลงปลูกผักเพื่อใช้ทรายร้อนจัดโดนใบผัก ก็จะทะลุเหมือนถูกแมลงกัดเจาะ แต่แท้จริงแล้วผักเหล่านั้นใช้สารเคมีพ่น เพื่อฆ่าแมลง และทำให้ประชาชนยังไม่สามารถไว้วางใจได้ว่าสินค้าที่ได้รับการรับรองคุณภาพว่าปลอดสารพิษที่คนไทยรับประทานกันอยู่ทุกวันนี้ จะมีการวิ่งเต้นทั้งๆที่เป็นภัยต่อคนไทยหรือไม่?               ประชาชนคนไทยไม่สามารถรู้ได้ว่าอาหารอะไรเป็นพิษหรือไม่ เพราะไม่มีชุดเครื่องมือตรวจวัดด้วยตัวเอง ขาดความรู้ และการลงสำรวจแต่ละครั้งของภาครัฐก็หาได้มีมาตรการเด็ดขาดเพื่อไม่ให้มีสารพิษในการบริโภคของคนไทยไม่ ทำให้ทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้นนี้กำลังจะผ่านหายไปโดยที่ประชาชนก็จะลืมเลือนในท้ายที่สุด และกลายเป็นอาหารอันโอชะของนักการเมืองและข้าราชการในการเรียกพ่อค้านายทุนสามานย์มาเคาะกะลาเรียกผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเองต่อไป              ใครจะเชื่อว่าความคิดและสำนึกของคนไทยส่วนใหญ่ที่ยอมรับได้กับการโกงแต่ขอให้ฉันได้ด้วย กำลังเป็นสาเหตุสำคัญคนไทยเป็นโรคร้ายและเป็นโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นทุกวัน !!! 


ข้อมูลจาก http://manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9550000113548

วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เทศกาล ‘กินเปลี่ยนโลก’ ครั้งที่ 1 Taste of Food.


“ลำ อร่อย หรอย แซบ”

วันเสาร์ที่ 4 และวันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม 2555
ณ สวนสันติชัยปราการ ถนนพระอาทิตย์

กับกิจกรรมมากมาย
- ซุ้มฝึกลิ้น สัมผัสรสธรรมชาติเปรียบเทียบกับการใช้เครื่องปรุงรสที่เกินพอดี
- เปรียว หวาน เค็ม ความหลากหลายตามธรรมชาติกับสารปรุงสังเคราะห์
- อาหารพื้นบ้านจากเหนือ กลาง อีสาน ใต้ พร้อมเรื่องราวการรักษาความหลากหลายและอุดมสมบูรณ์ของอาหารโดยคนท้องถิ่น
- Food miles คืออะไร ? ชวนสำรวจระยะทางของผักที่เรากิน
- สวนผักคนเมือง แบ่งปันแรงบันดาลใจจากคนเมืองมือเปื้อนดิน
- โรงฉายหนังอาหาร และสารคดีน่าสนใจมากมาย ตลอดงาน
- เสวนา “การหายไปของรสชาติอันหลากหลาย” โดย นักวิชาการและเชฟหลายรุ่น หลากสไตล์
- สาธิตทำอาหารจากวัตถุดิบพื้นบ้านโดยเชฟคนดัง
- ประชันกะปีดัง กะปิดี จากคนทำกะปิตัวจริงเสียงจริง พร้อมเรื่องราวกว่าจะมาเป็นกะปิ อาหารในดวงใจของหลายๆ คน

รายละเอียดเพิ่มเติม www.food4change.in.th
www.facebook.com/food4change
หรือ 08-1493-4241(แก้วตา)

วันพุธที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เศรษฐกิจสีเขียว" - ทำความเข้าใจ ไปให้ไกลกว่ากระแส

"เศรษฐกิจสีเขียว" - ทำความเข้าใจ ไปให้ไกลกว่ากระแส


งานเสวนายามบ่าย ร่วมค้นหาความหมาย "เศรษฐกิจสีเขียว" - ทิศทางการพัฒนาแนวใหม่ในระดับสากล
หัวข้อ "เศรษฐกิจสีเขียว" - ทำความเข้าใจ ไปให้ไกลกว่ากระแส
เศรษฐกิจสีเขียวคืออะไรกันแน่ เกี่ยวกับเราอย่างไร และประเทศไทยพร้อมรับสิ่งนี้มากน้อยแค่ไหน ธุรกิจและประชาชนจะได้ประโยชน์บนเงื่อนไขใด หรือควรมีข้อพึงระวังอย่างไร และที่สำคัญ จะร่วมกับนิยามและสร้าง "เศรษฐกิจสีเขียว" ที่เราอยากเห็นได้อย่างไร
เสาร์ที่ 7 กรกฎาคม 2555 เวลา 13.00 - 17.00 น.
ณ บ้านอารีย์ เลขที่ 17/1 ซอยอารีย์ 1 ถนนพหลโยธิน (www.baanaree.net)
ผู้นำการเสวนา
พาโบล โซลอน (Pablo Solon) ผู้อำนวยการบริหาร Focus on the Global South
                                            (อดีตหัวหน้าคณะเจรจาเรื่องโลกร้อนและเศรษฐกิจสีเขียว ประเทศโบลิเวีย)
สฤณี อาชวานันทกุล       นักเขียน นักวิชาการอิสระ เจ้าของบล็อก "คนชายขอบ"
นณณ์ ผาณิตวงศ์            ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ siamensis.org หรือ กลุ่มอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
                                           และผู้ประกอบการธุรกิจน้ำตาลกลุ่มบ้านโป่ง
สุรีรัตน์ แต้ชูตระกูล       กลุ่มอนุรักษ์ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเจ้าของกิจการราชาวดีรีสอร์ต
สถานที่:บ้านอารีย์
วันที่:7 ก.ค. 2555

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More