7,000,000,000

PEOPLE CONSUMING WHAT NOW ?

WHAT'S WRONG WITH OUR FOOD SYSTEM ?

Every night 1 in 7 people go to bed hungry-that's almost 1 billion people worldwide.

Polluted river water

Kills as many people as a nuclear explosion.

THE RECYCLE CHRONICLES

Lack of knowledge hinders recycling efforts.

Everybody wants happiness

Nobody wants pain, but you can't have a rainbow with out a little rain.

วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2555

รวมผลสำรวจอาหารปนสารพิษให้คนไทยกิน !?



ผลสำรวจของเอแบคโพลเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2555 ที่ระบุว่าคนไทยส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 65.8 ยอมรับได้ที่นักการเมืองทุจริตแต่ขอให้ตนเองได้ประโยชน์ด้วย แสดงให้เห็นว่าคนไทยส่วนใหญ่กำลังถูกครอบงำด้วยประเพณีชั่วที่นักการเมืองขี้ฉ้อได้สร้างขึ้นให้กลายประชาชนเป็นทาสที่ยอมจำนนกับนักการเมืองและผู้มีอำนาจได้โกงบ้านกินเมืองกันได้ตามอำเภอใจ
               โดยที่ประชาชนคงจะคิดว่าการโกงกินเป็นเรื่องไกลตัว ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้วการทุจริตนั้นแม้ประชาชนอาจได้ในสิ่งที่คิดว่าได้อย่างหนึ่งเพียงน้อยนิด แต่ในความเป็นจริงแล้วประชาชนได้สูญเสียบางสิ่งบางอย่างที่ใกล้ตัวมากอย่างโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัวเสียยิ่งกว่าด้วยซ้ำ               ใครจะเชื่อว่าคนไทยต้องเคยถูกหลอกให้ซื้อกินรังนกสำเร็จรูปด้วยราคาแพงมานับสิบๆ ปี ทั้งที่ความจริงแล้วมีรังนกจริงเพียงแค่ 1% ทั้งๆ ที่มีการปล่อยให้มีการโฆษณาเกินจริงมาอย่างยาวนานโดยไม่เคยมีใครออกมารับผิดชอบ               ยังไม่นับสารพิษที่คนไทยต้องกินเข้าไป ด้วยผลประโยชน์มหาศาลของกลุ่มทุนของบรรษัทข้ามชาติที่มาในรูปของยา ปุ๋ย อาหาร หลายชนิดที่สามารถนำเข้ามาในประเทศไทยได้ทั้งๆที่ทั่วโลกเขาเลิกใช้หรือสั่งห้ามใช้กันแล้ว               สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ตลอดจนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กลายเป็นแหล่งผลประโยชน์อันมหาศาลที่กลุ่มทุนขนาดใหญ่วิ่งเข้าหา ส่วนภาพลักษณ์ในการไล่เบี้ยเอาผิดกับอาหารที่ปะปนสารพิษก็ทำได้กับผู้ประกอบการรายเล็กๆ เพื่อสร้างภาพเท่านั้น ยังไม่นับอีกหลายกระแสที่มีการประโคมข่าวตรวจสอบความปลอดภัยของอาหารเพียงไม่นานแล้วเรื่องดังกล่าวเหล่านั้นก็หายไปกับกลีบเมฆ ราวกับเป็นการเคาะกะลาเรียกแขกและนายทุนสามานย์เท่านั้น
      
       ทั้งหมดนี้คือต้นทุนของชีวิตที่คนไทยส่วนใหญ่ยอมรับนักการเมืองโกงได้แต่ขอให้ฉันได้ด้วย!!! 
              ทั้งหมดนี้คือต้นทุนของชีวิตที่คนไทยส่วนใหญ่ยอมรับนักการเมืองโกงได้แต่ขอให้ฉันได้ด้วย!!!                จะมีสักกี่คนที่ได้มีโอกาสอ่านรายงานการสำรวจขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ซึ่งพบว่าประเทศไทยมีเนื้อที่ทำการเกษตรมากเป็นอันดับที่ 48 ของโลก แต่ใช้ยาฆ่าแมลงเป็นอันดับ 5 ของโลก ใช้ยาฆ่าหญ้าอันดับ 4 ของโลก และนำเข้าสารเคมีสังเคราะห์ทางการเกษตรเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้านบาทต่อปี               และตราบใดที่เรายังใช้สารเคมีเป็นพิษที่นานาชาติเขาไม่ใช้กันแล้วมาเป็นต้นทางในการใช้กับสินค้าการเกษตร การตรวจอาหารปลายทางอีกกี่ครั้งก็จะยังพบสารพิษเหล่านี้อยู่ร่ำไป และหมายความว่าคนไทยก็ยังต้องมีโรคอันเกิดจากการบริโภคสารพิษนั้นต่อไป สร้างความร่ำรวยของพ่อค้านายทุนสามานย์ ข้าราชการและนักการเมืองขี้ฉ้อทั้งหลาย               เมื่อต้นปีที่ผ่านมาภาคประชาชนโดย เครือข่ายผู้บริโภค เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีเกษตร และมูลนิธิชีววิถี ได้เคลื่อนไหวและยื่นหนังสือต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อขอให้ระงับการขึ้นทะเบียนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชอันตรายร้ายแรง 4 ชนิด คือ คาร์โบฟูราน (ชื่อการค้า-ฟูราดาน) เมโทมิล (ชื่อการค้า-แลนแนท) ไดโครฟอสและอีพีเอ็น แต่ผลปรากฏว่านายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ก็ไม่ได้ปฏิบัติตามแต่อย่างใด โดยอ้างว่าข้อมูลการขึ้นทะเบียน เช่น พิษวิทยา พิษตกค้างระยะยาวฯ เป็นผลการศึกษาของบริษัทสารเคมีซึ่งถือเป็นความลับบริษัท จะนำมาเปิดเผยไม่ได้      
        11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 น.ส.สารี อ่องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ได้เปิดเผยว่านิตยสารฉลาดซื้อ ฉบับที่ 136 ถึงผักยอดฮิตในครัวเรือนไทย 7 ชนิด ได้แก่ กะหล่ำปลี คะน้า ถั่วฝักยาว ผักกาดขาว ผักบุ้งจีน ผักชี และพริกจินดา จากห้างดังหลายห้าง ทั้งชนิดที่เป็น House Brand และตรารับรอง Q เจอสารเคมีอันตรายหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คาร์โบฟูราน และเมโทมิล ซึ่งแม้จะไม่เกินมาตรฐานประเทศไทยแต่เกินมาตรฐานยุโรป ได้แก่ ถั่วฝักยาวด็อกเตอร์ ผักชีห้างพารากอน และผักชีไร่ฐิติวันต์ คะน้าโฮมเฟรชมาร์ท และถั่วฝักยาวในห้างเทสโก้ จึงเรียกร้องให้ปรับมาตรฐานการตกค้างของสารเคมีเกษตรให้เป็นมาตรฐานเดียวกับยุโรป               นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุข ได้เคยเปิดเผยผลสำรวจอาหารสดทั่วประเทศในปี 2551 ทั้งหมด 159,684 ตัวอย่าง พบสารอันตรายปนเปื้อน 3,362 ตัวอย่าง คิดเป็น 2% แต่พบบ่อยมากที่สุดได้แก่ ยาฆ่าแมลงในผักกินใบ เช่น ผักชี คะน้า ผักกาดขาว กะหล่ำปลี 2,449 ตัวอย่าง ถ้าบริโภคเข้าไปก็จะไปขัดขวางการทำงานของเอ็นไซม์ในร่างกายทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หายใจลำบาก คลื่นไส้ อาเจียน ชัก หมดสติ รองลงมาคือการพบฟอร์มาลินอาหารทะเล 376 ตัวอย่าง ทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหาร ปวดท้องรุนแรง อาเจียน ท้องเดิน หมดสติ จนถึงเสียชีวิต ถ้าสัมผัสผิวหนังทำให้ระคายเคืองอักเสบได้ สารฟอกขาวที่มักใช้ในถั่วงอกและหน่อไม้พบ 83 ตัวอย่าง จะทำให้เกิดอาการหายใจขัด ความดันโลหิตต่ำ ปวดท้อง อาเจียน อุจจาระร่วง ในรายที่แพ้ก็อาจช็อคและหมดสติ               หลายปีผ่านไปองค์การอาหารและยายังคงลงไปตรวจอีกระหว่างวันที่ 26 พฤษภาคม – 25 มิถุนายน พ.ศ. 2555ทั้งหมด 1987 ตัวอย่าง พบจำนวนตัวอย่างไม่ผ่านเกณฑ์ 69 ตัวอย่าง แบ่งเป็นตัวอย่างผลไม้ที่สุ่มตรวจจากตลาดสดที่ไม่ผ่านเกณฑ์ 60 ตัวอย่าง พบผักสดที่มีสารพิษตกค้างมากที่สุด ได้แก่ 1. คะน้า 2. กะหล่ำดอก 3. ต้นหอม               ในขณะที่ยังพบผักผลไม้ที่สุ่มตรวจจากซุปเปอร์มาร์เก็ตไม่ผ่านเกณฑ์จำนวน 9 ตัวอย่าง พบผักสดที่มีสารพิษตกค้างมากที่สุด คือ 1.คะน้า 2. มะเขือพวง 3. พริกไทย               ซึ่งผลสำรวจในรอบหลายปีที่ผ่านมาไม่ว่าจากองค์การอาหารและยา หรือจากองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคตรงกันคือ พบสารพิษในผักคะน้ามากที่สุดอย่างไม่เปลี่ยนแปลง               ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2553 ผศ.ดร.พรรัตน์ สินชัยพานิช นักวิจัยสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยสำรวจอาหารปนเปื้อนที่เกินมาตรฐานความปลอดภัยในเขต 8 จังหวัด ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2552-เมษายน2553 พบข้อมูลที่น่าสนใจหลายประการ ดังนี้               นมโรงเรียนชนิดพาสเจอร์ไรซ์มีปริมาณแบคทีเรียรวมเกินมาตรฐาน 25% นมชนิดยูเอ็ชทีเกิน 5%              ไส้กรอก ทั้งหมู ไก่และกุนเชียงมีสารกันบูดกว่า 36 %
      
       ในลูกชิ้นหมู ไก่และปลาพบการใช้สารกันบูดถึง 100% และการใช้ดินประสิวในระดับไม่ปลอดภัย 26%
      
       ผักผลไม้ 58 % พบการปนเปื้อนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้าง โดยในสาลี่ ลูกพลับสด ส้ม องุ่นและถั่วฝักยาว พบมากถึง 78%
      
       แอปเปิล บร็คคเคอรี่ ดอกกะหล่ำ กะกล่ำปลีและแตงโมเกินมาตรฐาน 25 %-50%
      
       เห็ดหูหนูขาว พบสารเคมีกำจัดแมลงเกินมาตรฐาน 9% และสารฟอกขาว 56% สาหร่ายแกงจืด 36%
      
       กุ้งแห้งและปลาหมึกแห้งพบการปนเปื้อนเคมีกำจัดศัตรูพืช 64% และ 62 % ตามลำดับ
      
       โดยเฉพาะอย่างยิ่งพริกขี้หนูป่นพบสารเคมีกำจัดแมลง 100 % !!!!
      
       ก๋วยเตี๋ยวก็พบสารกันบูดเช่นกัน โดยเส้นใหญ่ พบ 88% เส้นเล็ก 75% เส้นหมี่ขาวและบะหมี่ 40% และ 50% 
              ในลูกชิ้นหมู ไก่และปลาพบการใช้สารกันบูดถึง 100% และการใช้ดินประสิวในระดับไม่ปลอดภัย 26%              ผักผลไม้ 58 % พบการปนเปื้อนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้าง โดยในสาลี่ ลูกพลับสด ส้ม องุ่นและถั่วฝักยาว พบมากถึง 78%              แอปเปิล บร็คคเคอรี่ ดอกกะหล่ำ กะกล่ำปลีและแตงโมเกินมาตรฐาน 25 %-50%              เห็ดหูหนูขาว พบสารเคมีกำจัดแมลงเกินมาตรฐาน 9% และสารฟอกขาว 56% สาหร่ายแกงจืด 36%              กุ้งแห้งและปลาหมึกแห้งพบการปนเปื้อนเคมีกำจัดศัตรูพืช 64% และ 62 % ตามลำดับ              โดยเฉพาะอย่างยิ่งพริกขี้หนูป่นพบสารเคมีกำจัดแมลง 100 % !!!!              ก๋วยเตี๋ยวก็พบสารกันบูดเช่นกัน โดยเส้นใหญ่ พบ 88% เส้นเล็ก 75% เส้นหมี่ขาวและบะหมี่ 40% และ 50% ตามลำดับ อาหารกินเล่นอย่างสาหร่ายอบกรอบปรุงรส พบราพิษอะฟลาท็อกซิน 8%
      
       ในขณะที่ รศ.ดร.นวลศรี รักอริยะธรรม ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้สุ่มตรวจตัวอย่างอาหารที่นำเข้าจากต่างประเทศพบว่า
      
       อาหารสทะเลสดนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านพบการปนเปื้อนฟอร์มาลีน 67% และโลหาหนักสารหนู 4% ขณะที่ผักผลไม้ ปนเปื้อนสารเคมีกำจัดแมลง 36% สารฟอกขาวในผักแห้ง 47% สารตะกั่วในสาหร่ายและเยื่อไผ่ 8% และยังพบปรอทในก้านเห็ดหอม หน่อไม้แห้ง เห็ดหอม 17% และเยื่อไผ่ 12% ในขณะที่ขนมพร้อมบริโภคลูกอมและเยลลี่ พบสีสังเคราะห์เกินมาตรฐาน 20%
              ในขณะที่ รศ.ดร.นวลศรี รักอริยะธรรม ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้สุ่มตรวจตัวอย่างอาหารที่นำเข้าจากต่างประเทศพบว่า              อาหารสทะเลสดนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านพบการปนเปื้อนฟอร์มาลีน 67% และโลหาหนักสารหนู 4% ขณะที่ผักผลไม้ ปนเปื้อนสารเคมีกำจัดแมลง 36% สารฟอกขาวในผักแห้ง 47% สารตะกั่วในสาหร่ายและเยื่อไผ่ 8% และยังพบปรอทในก้านเห็ดหอม หน่อไม้แห้ง เห็ดหอม 17% และเยื่อไผ่ 12% ในขณะที่ขนมพร้อมบริโภคลูกอมและเยลลี่ พบสีสังเคราะห์เกินมาตรฐาน 20%      
        นอกจากนี้เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2554 ในการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ครั้งที่ 19 น.ส.ประภาพรรณ พรหมหิรัญกุล นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 5 และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 13 แห่งทั่วประเทศ ได้นำเสนอการประเมินความเสี่ยง ต่อการได้รับวัตถุกันเสียและจุลินทรีย์จากการบริโภคผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ทั่วประเทศ พบข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้               จาการตรวจทั้งหมด 837 ตัวอย่าง พบมีการใช้วัตถุกันเสีย ชนิดกรดเบนโซอิก กรดซอร์บิก และกรดโปรปิโอนิก รวมทั้งสิ้น 658 ตัวอย่าง (คิดเป็น 78.61%) โดยเบเกอรี่ที่ตรวจพบเกินมาตรฐานได้แก่ โดนัท, เอแคลร์, เค้กกล้วยหอม, เค้กโรล และเค้กหน้าคัสตาร์ด, เค้กมีหน้า,ขนมปังสอดไส้, เค้กไม่มีหน้า, ซอฟท์เค้ก,ขนมปังแถว, เวเฟอร์, แซนวิช, คุกกี้, พิซซ่า, พัฟพาย,ครัวซองท์ เป็นต้น       
        13 กันยายน พ.ศ. 2553 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสถาบันการศึกษา 3 แห่ง ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างผลไม้รถเข็นจากแหล่งจำหน่าย 38 ร้านในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ผลปรากฏว่า ผลไม้ 153 ตัวอย่าง มีการปนเปื้อนของแบคทีเรียโคลิฟอร์มหรือเชื้อจุลินทรีย์เกินกว่ามาตรฐานกำหนดสูงถึง 67.3% พบการปนเปื้อนหรือเจือปนของสารเคมีและปนเปื้อนของสารกันรา ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายสูงถึง 64.2% พบการปนเปื้อนของสารกันรา (ซาลิซิลิค) 40.7% และยังพบการปนเปื้อนของสีสังเคราะห์ถึง 16.3%               เพราะความไม่มีคุณธรรมของทั้งข้าราชการ นักการเมือง และพ่อค้า ใครจะเชื่อได้ว่าแม้วันนี้มีถึงขั้นปลอมผักปลอดสารพิษมาย้อมแมวขาย โดยใช้ทรายร้อนจัดสาดลงไปในแปลงปลูกผักเพื่อใช้ทรายร้อนจัดโดนใบผัก ก็จะทะลุเหมือนถูกแมลงกัดเจาะ แต่แท้จริงแล้วผักเหล่านั้นใช้สารเคมีพ่น เพื่อฆ่าแมลง และทำให้ประชาชนยังไม่สามารถไว้วางใจได้ว่าสินค้าที่ได้รับการรับรองคุณภาพว่าปลอดสารพิษที่คนไทยรับประทานกันอยู่ทุกวันนี้ จะมีการวิ่งเต้นทั้งๆที่เป็นภัยต่อคนไทยหรือไม่?               ประชาชนคนไทยไม่สามารถรู้ได้ว่าอาหารอะไรเป็นพิษหรือไม่ เพราะไม่มีชุดเครื่องมือตรวจวัดด้วยตัวเอง ขาดความรู้ และการลงสำรวจแต่ละครั้งของภาครัฐก็หาได้มีมาตรการเด็ดขาดเพื่อไม่ให้มีสารพิษในการบริโภคของคนไทยไม่ ทำให้ทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้นนี้กำลังจะผ่านหายไปโดยที่ประชาชนก็จะลืมเลือนในท้ายที่สุด และกลายเป็นอาหารอันโอชะของนักการเมืองและข้าราชการในการเรียกพ่อค้านายทุนสามานย์มาเคาะกะลาเรียกผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเองต่อไป              ใครจะเชื่อว่าความคิดและสำนึกของคนไทยส่วนใหญ่ที่ยอมรับได้กับการโกงแต่ขอให้ฉันได้ด้วย กำลังเป็นสาเหตุสำคัญคนไทยเป็นโรคร้ายและเป็นโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นทุกวัน !!! 


ข้อมูลจาก http://manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9550000113548

วันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2555

รู้จัก Social Enterprise 2





วันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2555

รู้จัก Social Enterprise 1


วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2555

พันพรรณ


พันพรรณ คือ สวนเกษตรอินทรีย์เล็ก ๆ แห่งหนึ่งในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นทั้งบ้านที่อาศัยแบบถาวรและชั่วคราวของชาวชุมชน เป็นทั้งศูนย์เก็บเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน และสวนฝึกอบรมการอยู่แบบพึ่งตนเอง
พันพรรณ พยายามที่จะพึ่งตัวเองให้ได้มากที่สุด ด้วยการสร้างอาหารเอง ดูแลร่างกายด้วยวิถีธรรมชาติ สร้างบ้านด้วยวัสดุจากธรรมชาติ ( บ้านดิน ) และประดิษฐ์เครื่องมือง่าย ๆ ที่ช่วยลดการใช้พลังงาน เช่น เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องทำน้ำร้อน เป็นต้น
พันพรรณ ต้องการที่จะนำวิถี ของการเก็บเมล็ดพันธุ์กลับมาในชีวิตของเราและเพื่อนเกษตรกร ด้วยการรวบรวมเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน เพื่อปลูกและแจกจ่ายแลกเปลี่ยน เมล็ดพันธุ์พื้นบ้านที่ใกล้จะสูญหายไปจากโลกหากไม่มีคนปลูกต่อ ไม่ใช่เพื่อการค้าแต่เพื่อความอยู่รอดของมนุษย์
พันพรรณ ยังคงเรียนรู้ต่อไป เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย

การเก็บเมล็ดพันธุ์

เนื่องจาก เมล็ดพันธุ์แท้หรือพันธุ์พื้นเมือง เริ่มหายไปจากโลกเราอย่างรวดเร็ว การหายไปของพันธุ์ต่างๆเป็นดัชนีชี้วัดความมั่นคงในชีวิตของคนเรา เพราะอาหารคือความมั่นคงไม่ใช่เงินปัจจุบันมีกลุ่มบริษัทไม่กี่บริษัทที่ พยายามจะยึดครองอาหารของโลก โดยการยึดครองพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ที่เป็นพันธุ์แท้ไว้แล้วเร่ง ผลิตพันธุ์ผสมหรือพันธุ์ที่ควบคุมไม่ให้มีเมล็ดปลูกต่อไปได้ หรือพัฒนาพันธุ์ให้ผิดธรรมชาติไปเช่นพันธุ์ จีเอ็มโอ (GMOs ย่อมาจากคำว่า Genetically Modified Organisms หมายถึง การดัดแปลง พันธุกรรม ของสิ่งมีชีวิต ซึ่งปกติเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติไม่ได้) พอชาวบ้านปลูกพันธุ์จากบริษัทเขาก็ไม่มีโอกาสปลูกพันธุ์แท้อีกต่อไป เพราะเขาเห็นว่าพันธุ์จากบริษัทโตเร็วลูกดกสวยและมีตลาดรับซื้อด้วย แล้วพันธุ์แท้ก็เริ่มถูกทิ้งให้สูญไป
อย่างรวดเร็ว แต่พันธุ์จากบริษัทต้องซื้อทุกครั้งที่ ปลูกและราคาก็สูงขึ้นอย่างรวดเร็วไม่เคยลดลงเลยปัจจุบันเมล็ดพันธุ์พืชผัก จำนวนมากราคากิโลกรัมละเป็นหมื่นบาทขึ้นไป ทุกครั้งที่ปลูกต้องซื้อ 60% ของการลงทุนการเกษตรคือค่าเมล็ดพันธุ์ค่าปุ๋ยและยาเคมี อาหาร ถูก พัฒนาเพื่อตลาดไม่ได้พัฒนาเพื่อคนอีกต่อไป คุณค่าที่มีในอาหารลดลงรสชาติ จืดชืดแต่รูปทรงอวบอ้วนสวยงามความปลอดภัยไม่มีใครเอยถึง ราคาที่แท้จริงของอาหารแพงขึ้นแต่ราคาในตลาดกลับถูกลง ผู้แบกภาระทั้งหมดคือเกษตรกร อาหารในปัจจุบันทำให้เกษตรกรเป็นหนี้ทำให้ผู้บริโภคมีปัญหาสุขภาพมากขึ้น ผู้รับผลประโยชน์คือบริษัทไม่กี่บริษัท
68889_504657047722_165100062_30092243_4297860_n
วันนี้เราเห็นว่าถ้าไม่มีเมล็ดพันธุ์ เรามีความสุขไม่ได้ มีเสรีภาพไม่ได้ เพราะเราพึ่งพาตัวเองไม่ได้ชีวิตไม่มีความมั่นคงเราจึงสนใจที่จะเก็บเมล็ด พันธุ์แท้ของทุกอย่างที่เป็นอาหาร ก่อนที่มันจะสูญหายไป มันเป็นมรดกตั้งแต่บรรพบุรุษของเราได้เก็บรักษาพัฒนาและส่งต่อมาถึงพวกเรา มันน่าละอายมาก หากรุ่นเราจะทำให้มันสูญหายไปก่อนที่จะถึงมือลูกหลานแล้วพวกเขาจะกินอะไร
เมล็ดพันธุ์ทั้งหมดเราแจกฟรีให้กับผู้ที่สนใจทางจดหมายแล้ว ส่งซองเปล่าติดแสตมป์ 3 บาท 2 ดวง จ่าหน้าซองถึงตัวเองให้เรียบร้อย วงเล็บมุมซองว่า (ขอเมล็ดพันธุ์) และเราจะส่งเมล็ดพันธุ์กลับไปให้พันพรรณ ศูนย์การเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเองและศูนย์เมล็ดพันธ์ ตู้ ปณ.5 อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ 50150
บ้านดิน
ในยุคแรกๆเชื่อกันว่ามนุษย์ใช้ถ้ำเป็นที่อยู่อาศัย ต่อมาเมื่อจำนวนประชากรมากขึ้นแต่จำนวนถ้ำมีจำกัด มนุษย์เริ่มใช้กิ่งไม้และใบไม้ทำเป็นที่อยู่อาศัย แต่ในฤดูหนาวอากาศหนาวเย็นมากมนุษย์ก็เริ่มใช้ดินมาโบกฉาบผนังบ้านภาษาอีสาน และลาวเรียกว่า ทาเปี๋ยะ (wattle&duab)จากนั้นมนุษย์ก็เริ่มพัฒนามาใช้หินก่อด้วยดินและทำอิฐดินก่อด้วยดิน (adobe) จนกระทั่งเข้าสู่ยุคโลหะมนุษย์เริ่มเปลี่ยนเครื่องมือจากหินมาเป็นโลหะ จากนั้นมนุษย์ก็เริ่มรู้จักใช้ไม้ทำที่อยู่อาศัยและเครื่องใช้มากขึ้น แต่มนุษย์ที่อาศัยอยู่ในทะเลทรายหรือในที่แห้งแล้งกันดารเขาก็ยังทำบ้านดิน อยู่อาศัยเรื่อยมาจนปัจจุบันบ้านดินถือว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ที่สุดในโลก บ้านดินมีอายุยาวนานที่สุดในโลกด้วยในปัจจุบันยังมีบ้านดินเก่าๆอายุตั้งแต่ 200 -1,000 ปี กระจายอยู่ทั่วโลก เช่น บ้านของอินเดียแดงเผ่าอนาซาซีซึ่งกระจายอยู่ทั่วไปในรัฐนิวเม็กซิโก โคโลราโด อริโซนา บางแห่งมีอายุเกือบ 2000 ปี เช่น ที่ เมือง เทาพูเอบโบลซึ่งที่นี่องค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้เป็นที่อยู่อาศัยที่มี คนอาศัยอยู่ยาวนานที่สุดในโลก คือตั้งแต่สร้างมาจนถึงปัจจุบันมีคนอาศัยอยู่ตลอดมาไม่เคยขาดช่วงเลย นอกจากนี้ยังมีบ้านดินเก่าแก่อีกมากมายกระจายอยู่ทั่วไปในตะวันออกกลาง แอฟริกา จีน เป็นต้น ซึ่งส่วนมากจะอยู่ในเขตทะเลทราย หรือบริเวณที่แห้งแล้งกันดารมากๆเพราะบริเวณเหล่านี้จะมีอากาศแปรปรวนมาก หน้าร้อนก็จะร้อนจัดหน้าหนาวก็หนาวจัดจนมีหิมะลงเป็นเดือนๆในสภาวะเช่นนี้คน จะอยู่ไม่ได้เลยถ้าไม่มีฟืน ไม่มีไฟฟ้า ช่วยปรับความร้อนในบ้าน แต่บ้านดินช่วยให้คนอยู่รอดมาได้หลายพันปีจนปัจจุบัน

เกษตรอินทรีย์อาชีพเกษตรกร คืออาชีพที่มีความมั่นคงมากที่สุดและเป็นอาชีพที่เป็นอิสระมีเวลาว่าง มีความสุขมากที่สุด เพราะเกษตรกรคือผู้ผลิตอาหาร อาหารมีความมั่นคงยิ่งกว่าเงินและทองคำ อาหารกินได้ทันทีที่หิว แต่เงินทองคำกินไม่ได้ ทั้งยังมีมูลค่าต่างขึ้นลงตลอดเวลาเงินมีโอกาสพังทลายได้ทุกเมื่อ เงินเฟ้อตลอดเวลาด้วยการเป็นเกษตรกรในที่นี้คือ คนที่ปลูกเพื่ออยู่เพื่อกินเท่านั้น ไม่รวมถึงคนที่ปลูกเพื่อขายคนที่ปลูกมัน ปลูกข้าวโพดปลูกข้าวเพียงอย่างเดียวเพื่อขายเอามาซื้ออาหารกินไม่ถือว่าเป็นเกษตรกร แต่เป็นผู้ทำธุรกิจทางการเกษตรซึ้งคนทำธุรกิจทางการเกษตรจะจนมีแต่หนี้สินทำงานหนักและเป็นทุกข์มากที่สำคัญไม่มีวันรวยเกษตรกรที่มีความมั่นคงมีความสุขต้องเป็นเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์เท่านั้น เพราะตราบใดที่ยังใช้ปุ๋ยใช้ยา ใช้เมล็ดพันธุ์จากบริษัทอยู่ เราก็ยังติดอยู่ในกับดักของภาคธุรกิจอยู่ เราจะเป็นอิสระไม่ได้เราต้องพึ่งพาเขาหาเงินให้เขาตลอดไป
ร้านอาหารมังสวิรัติเพื่อสุขภาพพันพรรณ
เป็นโครงการต่อเนื่องจาก พันพรรณศูนย์การเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเองและศูนย์เมล็ดพันธุ์ เพื่อดำเนินกิจการบริการอาหารเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ใช้วัตถุดิบจากผลิตผลเกษตรอินทรีย์จากสวนเกษตรของเราเองและกลุ่มเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ โดยมีความมุ่งหมายในการสนับสนุนกลุ่มผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์ ขยายแนวความคิดเรื่องความมั่นคงทางอาหารจากการพึ่งพาตนเอง เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการที่จะได้อาหารที่สะอาด มีความปลอดภัยให้มากที่สุด 
อาหารของเราคือ
- เน้นการใช้พืชผักปลอดสารพิษ ไม่ใส่ผงชูรส ปราศจากพืชพันธุ์ที่ตัดแต่งพันธุกรรมให้มากที่สุด
- พยายามใช้พืชผักพื้นบ้านที่มีในท้องถิ่น ตามฤดูการ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการดูแลสุขภาพตามธรรมชาติปรุงสดใหม่สะอาดมีความหลากหลาย
-  ใช้ข้าวกล้องและข้าวสาลีโฮลวีทแทนการใช้ข้าวขัดขาว
- ไม่ใช้น้ำตาลขัดขาว
-  วัตถุดิบหลักเราพยายามที่จะทำเองให้มากที่สุด เช่น น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง โยเกิร์ต ชีส ถั่วงอก น้ำสลัด พริกแกง แหนมเห็ด
-  เป็นอาหารมังสวิรัติ ไม่มีการใช้เนื้อสัตว์ยกเว้นส่วนผสมบางอย่างที่อาจมีนมโค หรือไข่ซึ่งจะระบุไว้ชัดเจนในรายการอาหาร
อีกทั้งยังมีร้านสินค้าที่เป็นธรรมทำการจัดจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์และงานศิลปหัตถกรรมจากกลุ่มชาวบ้านหรือชุมชนพึ่งตนเองจากที่ต่างๆ ยังเป็นศูนย์ข้อมูลข่าวสารหรือกิจกรรม เพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องการพึ่งตนเองโดยเฉพาะเรื่องของความมั่นคงปลอดภัยทางอาหารอีกด้วย
ที่ตั้ง : ร้านอาหารมังสวิรัติเพื่อสุขภาพ พันพรรณ วัดสวนดอก ถ.สุเทพ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

โทรศัพท์ : 084-481-6008 ติดต่อคุณต่าย 082-343-4845 ติดต่อคุณบี เปิดบริการ : ตั้งแต่ 09.00-18.00 (หยุดวันพุธ)
ติดต่อกับพันพรรณ
ที่อยู่ : พันพรรณ ศูนย์การเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเอง และศูนย์เมล็ดพันธ์ ตู้ ปณ.5 อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ 50150
ข้อมูลจากhttp://thai.punpunthailand.org


วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ข้าวหอมคุณยาย ผลิตโดย ชาวนา ผู้ มีฟาร์มสุข (ไม่) จำกัด

 
ข้าวหอมปลอดสารพิษ ผลิตจากความสุข เพื่อความสุขของทุกคน
Toxic-free Brown Fragrant Rice, Produce from Happiness, For Your Own Happiness

เราเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ ถ้าเลือกได้คงเลือกที่จะมีความสุข และความสุขที่ใกล้ตัวที่สุด คือการที่เราทุกคนมีสุขภาพดี และเมื่อเรามีความสุขแล้ว เราก็อยากที่จะแบ่งปันความสุขนั้นไปให้คนรอบข้าง

นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ “ข้าวหอมคุณยาย” ผลิตโดย “บริษัท มีฟาร์มสุข (ไม่) จำกัด” เพราะเราเชื่อว่า ถ้าเราสามารถสร้างความสุขได้ในทุกขั้นตอนของการผลิต เริ่มจากการปลูกข้าวโดยไม่ใช้สารพิษ มีต้นทุนที่ต่ำ และขายข้าวได้ในราคาที่เป็นธรรม ชาวนาที่ปลูกข้าวก็จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข เราซื้อข้าวจากชาวนา มาผ่านกระบวนการผลิตที่ดี ได้ข้าวกล้องที่มีคุณภาพ นำมาจำหน่ายในราคาที่เหมาะสม เราก็สามารถดำเนินการได้อย่างมีความสุข ลูกค้าได้บริโภคข้าวกล้องที่มีคุณภาพ ในราคาเหมาะสม ลูกค้าก็จะมีความสุข และสามารถที่จะแบ่งปันความสุขนี้ไปให้กับคนรอบข้างได้อย่างง่ายที่สุด

แล้วคุณหละ พร้อมจะแบ่งปันความสุขหรือยัง..

 Products

 Kao Hom Khun Yaay (ข้าวหอมคุณยาย) ขนาด 0.5 kg ราคา 40 บาท/ 1 kg. ราคา 70 บาท / ขนาด 2 kg. ราคา 130 บาท

ขั้นตอนการสั่งซื้อ

1. ส่งชื่อ เบอร์ติดต่อ วัน/เวลา ที่ต้องการรับสินค้า และจำนวนสินค้าที่ต้องการสั่งผ่านทาง Facebook ในช่อง Message หน้า Profile มีฟาร์มสุข (ไม่) จำกัด หรือ E-mail: happyricefarm@hotmail.com

2. Happy Farmer จะทำการติดต่อท่านภายใน 24 ชม.อีกครั้งก่อนการส่งสินค้า


http://www.meefarmsook.com/Site/About_us.html
http://www.facebook.com/KaoHomKhunYay/info
:-

Head Office:-
1912/1 Moo 1, Rangrodfaisaikao Road, Somrong Nua, Muang, Samutprakarn, Thailand 10270

Rice Field & Rice Mill :-
30/1 Moo 6, Nong Sang District, Saraburi Province, Thailand 18170

Mobile: +66 8 1 822 7924
Fax: +66(0) 2744 3556
e-mail: fon_latte@me.com

วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

way magazine

  • way magazine

    นิตยสารรายเดือน เนื้อหาเกาะเกี่ยวกับบุคคล ชีวิต สังคม และโลก ในทางเลือกอื่นๆ อีกมากที่อาจไม่ได้ปรากฏในสื่อกระแสหลักทั่วไป


    • สำนักงาน นิตยสาร way

      137 (1139/14) ลาดพร้าว 101 คลองจั่น บางกะปิ กรุงเทพฯ 10240 โทรศัพท์ 0-2736-9918 โทรสาร 0-2736-8891 waymagazine@yahoo.com



    Websitehttp://waymagazine.wordpress.com/

วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ร้านปลาจะเพียร


ปลาจะเพียรทำงานร่วมกับกลุ่ม ThaiCraft Fair Trade นำสินค้าคุณภาพดีจากหลายๆ ชุมชนมาขายผ่านหน้าร้าน โดยเน้นราคาที่เป็นธรรม ทั้งกับผู้ผลิตและผู้บริโภค และหวังว่าจะช่วยเพิ่มช่่องทางการขายและรายได้ให้กับชุมชนได้มากขึ้นและสามารถเข้าถึงสินค้าจากชุมชนได้ง่ายขึ้น สนับสนุนผลิตภัณฑ์จากชุมชนได้ที่ร้านปลาจะเพียร อยู่ในโครงการ GOOD LITTLE SPACE สยามสแคว์ซอย 6 
“PLAJAPIAN” is a Social Enterprise that aims to help distribute + develop the products of the village in a sustainable way
Mission
“ปลาจะเพียร” คือ กิจการเพื่อสังคมเเบบ “เพื่อนช่วยเพื่อน” ที่มุ่งหวังการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้กับชุมชน
“ปลาจะเพียร” มุ่งหวังว่า ผู้ที่ซื้อจะกลายเป็นเพื่อนกับผู้ผลิต และจะรับทราบข่าวคราวความเคลื่อนไหวของชุมชนนั้นๆ ไปตลอด
“ปลาจะเพียร” สนับสนุน‘ความคิดสร้างสรรค์และการตลาด’ เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าให้สินค้าต่อชิ้นมีกำไรมากขึ้น หรือขายได้ในปริมาณมากขึ้น

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More